Archive: ‘Amazon Associates’ Category

Amazon ขายดีวันไหน

4 comments กันยายน 4th, 2010

สำหรับ Amazon Affiliate แล้ว วันไหนๆก็เป็นวันทำเงินทั้งนั้น ไม่มีว่าวันหยุดแล้วจะไม่ได้เงินเหมือนคนใช้แรงงานทั่วไป สิ่งนี้แหละที่เป็นจุดเด่นให้คนจำนวนมากหันมาทำธุรกิจนี้ เพราะคงไม่มีใครหรอก อยากจะทำงานหนักไปจนแก่ เพราะงี้แหละเราจึงควรที่จะวิเคราะห์ Amazon ให้หนักเข้าไว้ เพราะว่ายิ่งเรารู้จัก Amazon มากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งทำเงินจากมันได้มากเท่านั้น ผมเลยลองรวบรวมข้อมูลการขายสินค้าของผมเองในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนมีนาคม – สิงหาคม 2553 ขึ้นมา สรุปเป็นรูปด้านล่าง โดยที่แกนแนวนอนเป็นวัน ส่วนแนวตั้งเป็นรายได้เฉลี่ย (ขอปิดไว้นะครับ ^.^)

Average Order Revenue

ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่สร้างขึ้นจากการเอายอดค่า Commission จาก Order Rerpot มาคำนวณนะครับ ที่ผมไม่ใช้ Earning Report เพราะว่าปกติแล้ว เสาร์-อาทิตย์ Amazon จะส่งของน้อย ทำให้เราอาจจะวิเคราะห์ข้อมูลผิดพลาดได้

ข้อมูลนี้อาจจะไม่ถูกต้อง 100% แต่ก็พอจะเห็น Trend คร่าวๆได้นั่นก็คือว่า วันพฤหัส – เสาร์ คนจะซื้อของกันน้อยพอสมควร เมื่อเทียบกับวันที่ขายดี นั่นก็คือวัน จันทร์ และพุธ นั่นเองครับ

หวังว่าข้อมูลตรงนี้น่าจะประโยชน์กับทั้งคนที่ทำ PPC และ SEO เอาไปใช้ Up รายได้กันได้เยอะๆนะครับ ^.^

Blue Ocean Strategy กับ Amazon Affiliate

5 comments กรกฎาคม 22nd, 2010

เวลาคุณวางกลยุทธ์สำหรับการทำ Amazon Affiliate แล้วคุณเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้รึเปล่า

- หน้าแรกมีแต่เวบใหญ่ๆพวก Amazon, CNET, Best Buy, etc.

- หน้าแรกโดนคนทำ Affiliate ที่ทำก่อนหน้า ยึดไปหมดแล้วทั้ง 10 อันดับ

สำหรับคนทำ Affiliate แล้ว แทบจะโดนสอนให้จำฝังหัวเลยทีเดียว ว่า Keyword ที่ดีทั้งสำหรับ SEO และ PPC คือ Keyword ที่เป็นชื่อ Brand + ชื่อรุ่น ถ้าทำอันดับใน keyword เหล่านี้ได้ คุณก็จะได้ Traffic มหาศาล และเป็น Traffic ที่กำลังมองหาสินค้านั้นๆอยู่ด้วย

เพราะสิ่งนี้แหละ ทำให้แทบจะทุกคนที่ทำ Amazon ต่างๆก็พยายามไปแข่งกันใน Keyword ที่เป็นชื่อ Brand + ชื่อรุ่น ผลที่ตามมาก็คือเกิดการแข่งขันที่รุนแรง แต่ละคนไม่สามารถทำเงินได้มากอย่างที่ต้องการ สิ่งนี้แหละที่ทาง Business เค้าเรียกว่า Red Ocean (ทะเลเลือด) คือ ทะเลที่มีการแข่งขันกันสูงจนเลือดสาดกระจาย จนทะเลเป็นสีเลือด

ในทางธุรกิจจึงมีแนวคิดใหม่ขึ้นมาเรียกว่า Blue Ocean Strategy (กลยุทธ์ทะเลีสีน้ำเงิน) หลักการของแนวคิดนี้เสนอว่าแทนที่จะมุ่งลอกเลียนแบบและเอาชนะคู่แข่งขัน เราจะต้องแสวงหาทะเลสีฟ้าแห่งใหม่ แทนที่จะเป็นทะเลที่แดงด้วยเลือด (red ocean) แบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

แล้วแนวคิดนี้เอามาใช้กับ Amazon ได้รึเปล่า ผมตอบได้เลยว่า ได้แน่นอน! แทนที่จะเน้นแต่ Keyword ที่เป็นชื่อ Brand + ชื่อรุ่น ถ้าลองสร้าง Content เพื่อเน้น Keyword อื่นๆที่ตรงกับที่ลูกค้าต้องการแล้วล่ะก็ ผมบอกได้เลยว่าคุณจะได้ Traffic เข้ามาง่ายๆโดยที่มีคู่แข่งน้อยกว่าที่คิด

แม้แต่ Web อย่าง Amazon เอง ก็ไม่ได้มี Content ที่ตอบโจทย์ของ Consumer ได้ทุกอย่าง ซึ่งถ้าคุณอยากรู้ว่าบทความแนวไหนที่ผมพูดถึง ก็ลองเข้าไปดูเวบอย่าง http://answers.yahoo.com/ แล้วจะพบว่าการที่คนจะเลือกซื้อสินค้า 1 ชิ้นนั้น คนเรามีสิ่งที่อยากรู้มากกว่าแค่ ราคา และ Features

แล้วเอาความต้องการตรงนั้นแหละ มาสร้างเป็น Content ใหม่ของคุณเอง แบบนี้แหละที่เป็น Blue Ocean ผลที่ได้น่ะเหรอ คุณจะค้นพบ Traffic จำนวนมากที่จะเข้ามาเวบคุณ และพร้อมที่จะซื้อสินค้าที่คุณจะเสนอ

รูปด้านบนเป็นตัวอย่างที่พิสูจน์เรื่องนี้ เป็นตัวอย่างบทความ 1 อันที่ผมเขียนลง WordPress แล้วมีคนเข้ามาทุกวัน วันละกว่า 80 คน ในบทความก็มีใส่ Link ไปหาสินค้าซะหน่อย แค่นี้ก็ได้คลิกเข้าไป Amazon เพิ่มมาได้ง่ายๆแล้ว  ^.^

เพิ่มรายได้ด้วย Landing Page

4 comments กรกฎาคม 20th, 2010

สำหรับคนทำ Amazon สาย SEO แล้ว Landing Page ที่ดีเป็นปัจจัยอีกตัวที่ชี้วัดรายได้กันเลยทีเดียว

-          คนเข้าเวบ 100 คน คลิกไป Amazon 10 คน

-          คนเข้าเวบ 100 คน คลิกไป Amazon 40 คน

ถึงแม้ว่าจะมี Traffic เข้าเวบเท่ากัน แต่ Landing Page นี่แหละ เป็นตัวพลิกชีวิตจากคนที่ขายได้เดือนละ 1 หมื่นบาท เป็น 4 หมื่นบาทได้ง่ายๆเลยทีเดียว แล้วถ้าอย่างงั้น Landing Page แบบไหนถึงจะดีล่ะ ที่คนเห็นแล้วแทบอดใจไม่ไหวต้องหลงคลิก Link ต่อไปที่ Amazon

  1. ใส่ Link ไว้ในจุดที่เด่นที่สุด – ไม่ว่าคุณจะทำ Text Link หรือ Button Link คุณก็ควรใส่ในจุดที่คนเข้าเวบมองเห็นได้ง่ายและโดดเด่น
  2. ใส่ Link ให้น่าสงสัยที่สุด – ถ้าคุณใช้ Text Link ก็อย่าลืมใช้คำที่ดึงดูดความสนใจคนอ่านให้เค้าอยากคลิกต่อเพื่อไปหาคำตอบ ไอ้คำประเภทที่เอาชื่อสินค้ามาแปะแล้วทำ Link ธรรมดาเนี่ย มันเชยแล้วครับ คนเล่นเนตเค้าเห็นจนชินกันแล้ว
  3. ใส่ Link ไว้หลายๆจุด – ไม่เสียหายหรอก ถ้าเราจะใส่ Link ไว้หลายจุดในหน้า แต่ละ Link อาจจะส่งไปหน้าที่แตกต่างกันของ Amazon เวลาคนเข้าเวบมา เค้าไม่ได้เข้ามาอ่านข้อมูลจุดเดียวแล้วออก แต่คนทั่วไปจะ Browse ดูเนื้อหา และข้อมูลทั่วๆไปของทั้งหน้า ถ้าเรามี Link เยอะ และแต่ละ Link น่าสนใจ โอกาสที่เค้าจะคลิกต่อก็มีสูง
  4. ทำรูปให้เป็น Link – ถ้าคุณปล่อยรูปไว้เฉยๆ ผมบอกได้เลยว่าคุณพลาดแล้วล่ะ คนเข้าเวบนิยมคลิกที่รูปสินค้ากันมาก
  5. ทำ Landing Page ให้ดูสะอาดตา – ผมเห็นหลายๆเวบมักจะใส่สินค้าเยอะแยะไปหมดใน 1 หน้า ทำให้ดูเวบไม่สวยงาม แถมเป็นการไล่คนเข้าเวบทางอ้อมซะด้วย ส่วนตัวแล้วผมจะเลือกสีอ่อนๆ ดูง่ายๆ ทำให้สินค้าของเราเด่นขึ้น

ถ้าลองเข้าเวบ Shopping Online ใหญ่ๆดู ก็จะพบว่าจริงๆแล้วเรื่อง Landing Page เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ว่าใครๆเค้าก็ทำกัน ถ้าลองไปศึกษาจากเวบพวกนี้ดูก็จะได้ความรู้อีกเยอะเลยทีเดียว แต่สุดท้ายแล้วถ้าอยากรู้ว่า Landing Page แบบไหนดีที่สุดคุณควรทดสอบด้วยตัวเอง โดยการแยก Tracking ID ของแต่ละ Link ออกจากกัน เพื่อเช็คว่า Link ไหนคนคลิกเยอะ แล Link ไหน Conversion ดี (แอบบอกว่า Link แต่ละแบบ Conversion ในการขายสินค้าไม่เท่ากันนะ ต้องลองทดสอบดู)

แถมอีกนิด เรื่องสีมีผลต่อการตัดสินใจของคนเข้าเวบเยอะนะครับ ในมหาวิทยาลัยหลายๆแห่งก็มีสอนเรื่องนี้ พอดีผมไปเจอข้อมูลมา เลยเอามาใส่ไว้ในนี้ด้วยเลยละกัน

General “Color in Business” Theory:

GROUP COLOR ASSOCIATIONS NATURE OF ASSOCIATIONS RECOMMENDED FOR
cool (calming) Blue secure and trustworthy sky (therefore universally liked) business related websites (e.g. banks)
Green wealth (deep green) money (“the color of success”) finance related websites (e.g. Forex related)
calming (light green) trees, spring entertainment and leisure related websites
warm (exciting) Red grabs attention and makes you energatic
(by activating your pituitary gland)
power (e.g. red carpet) eye-catching logos, calls to action
Yellow optimism sun attention grabbing (esp. using it in contrast
with other color)
Pink energy (hot pink) feminine color products for young women
romantic (lighter pink) products for girls
Orange cheerful citrus fruit kids’ websites
neutral Black powerful “absence of color” expensive products
White simplicity and purity (catches the eye) numerous (from brides to hospitals) health related products

(อ้างอิงจาก color branding)

สินค้าขายดี Amazon ประจำบอลโลกปีนี้

1 comment กรกฎาคม 11th, 2010

สำหรับคนค้าขายแล้วการขายสินค้าตาม Trend หรือ Season เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะสร้างความแตกต่างระหว่างเรากับคู่แข่งคนอื่นๆ คนไหนที่ขายมานานก็จะยิ่งมีข้อมูลตรงนี้ลึกกว่าคนอื่นๆ

บอลโลกปีนี้ผมก็ไม่พลาดที่จะเอาสินค้าที่เค้าฮิตกันมาขายแน่นอน ถึงแม้ว่าจะเป็นสินค้าที่ค่าคอมฯน้อย แต่ก็ดีกว่าอยู่เฉยๆ สินค้าตัวนั้นก็คือ Vuvuzela นั่นเอง!

สำหรับการขาย Amazon แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเดือนไหน Season ไหน ก็มีสินค้าที่ฮิตประจำช่วงนั้นอยู่เสมอ บางทีเราไม่จำเป็นต้องไปทำ Market Research อะไรให้มันวุ่นวายในการหาสินค้าเหล่านี้หรอก เราแค่ขยันไปอ่านข่าวของ US บ้างก็พอจะรู้เทรนด์คร่าวๆแล้วว่าเขาฮิตอะไรกัน หรือถ้าจะเอาง่ายไปกว่านั้นก็ดูจากสินค้าที่ขายได้ผ่าน Order Report นี่แหละ หลายๆครั้งที่คนคลิกสินค้านึงของเรา แล้วไปซื้ออีกสินค้านึง ถ้าลองเอาสินค้านั้นไปวิเคราะห์ดีๆ บางทีก็อาจจะค้นพบ Trend ที่ซ่อนอยู่ และทำเงินให้เรามากกว่าสินค้าที่เราตั้งใจจะขายตอนแรกก็ได้ ^.^

Update รายได้ Amazon เดือนมิถุนายน

12 comments กรกฎาคม 1st, 2010

เดือนนี้ก็เป็นอีกเดือนที่รายได้พุ่งแรง เป็นผลมาจากเวบเดิมๆที่ทำให้ดีขึ้น และเวบใหม่ๆที่เริ่มทำมาได้ 2 เดือน เล่นเอาเป้าหมายเดือนละ 3 แสนเฉพาะจาก Amazon ที่ตั้งเอาไว้ดูใกล้จะเป็นไปได้ในเร็วๆนี้

ส่วนหนึ่งที่ขายได้มากขึ้นน่าจะเป็นเพราะกำลังซื้อของคน US ที่เพิ่มขึ้นด้วย เพราะ Conversion เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะเช่นเดียวกัน  ยิ่งสถานการณ์เป็นแบบนี้ยิ่งอดใจไม่ไหว อยากให้ถึงสิ้นปีเร็วๆซะจริงเชียว จะได้กอบโกยให้เต็มที่

สำหรับเพื่อนๆที่รายได้ยังไม่ถึงไหน ก็อย่าลืมนะครับว่าเป้าหมายสำคัญมากๆ ถ้าเรามีเป้าหมายแล้่ว เราก็ต้องมาคิดต่อว่าทำยังไงถึงจะได้เป้าหมายตามที่ตั้งไว้ ทดลองทดสอบไปเรือ่ยๆ จนวันนึงเมื่อเราได้ค้นพบแนวทางแล้ว รายได้จะตามมาเองครับ

1. ตั้งเป้าหมาย

2. วางแผนว่าจะทำยังไงให้ไปถึงเป้าหมายตรงนั้น แบ่งเป็นแผนระยะสั้น และระยะยาว

3. ตรวจสอบสถานะว่าแผนที่วางไว้คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว

4. ถ้าเห็นว่าไม่สำเร็จ ก็กลับไปวางแผนและทำใหม่ครับ

แค่ 4 Steps นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้แผนการใดๆที่วางไว้ประสบความสำเร็จได้ โชคดีมีเงินแสนกันทุกคนครับ ^.^

ต้องทำกี่เวบถึงจะได้ $100/Day จาก Amazon

4 comments มิถุนายน 29th, 2010

วันละ $100 ตกคร่าวๆ ก็เดือนละ $3,000 หรือประมาณ 1 แสนบาทต่อเดือน ฟังดูเหมือนอะไรที่เป็นไปได้ยากมากในการที่จะขายของ Amazon ให้ได้ขนาดนี้ แต่คุณเชื่อไหมว่ามีคนทำได้เยอะมาก!!

แล้วคนพวกนั้นเค้าทำกันกี่เวบล่ะ ? คำถามนี้เป็นคำถามที่ไม่ว่าใครก็อยากรู้ แต่ถ้าถามผม คำตอบมันง่ายมาก มันไม่ได้อยู่ที่จำนวนเวบหรอก มันอยู่ที่ Traffic ต่างหาก!

- ถ้าคุณมี 1,000 เวบ แต่ไม่มีคนเข้าเลย คุณก็ขาย Amazon สู้คนที่เค้าทำแค่เวบเดียวแต่มีคนเข้าวันละ 1,000 คนไม่ได้

- ถ้าคุณมีคนเข้าวันละ 1,000 คน แต่ 99% ของคนเข้าที่มาไม่ใช่คน USA คุณก็ขาย Amazon ไม่ได้เหมือนกัน (ถ้าคุณขายแต่ Amazon USA)

สรุปแล้วมันไม่ได้อยู่ที่จำนวนเวบหรอกในการที่จะขายของ Amazon ให้ได้เยอะ แต่มันอยู่ที่ Traffic ล้วนๆเลย ถ้าจะขายสินค้าอะไร ก็ต้องรู้ก่อนว่าจะขายให้ใคร (Targeted Customer) แล้วต้องทำยังไงถึงจะดึงคนเหล่านั้นเข้าเวบคุณให้เยอะที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หลังจากนั้น ถ้าการเพิ่มจำนวนเวบ สามารถเพิ่ม Traffic ได้ ก็ค่อยไปคิดครับว่าจะทำกี่เวบดี ทำเวบมันไม่ยากเท่าหา Traffic หรอกครับ ^.^

http://scrapetv.com/News/News%20Pages/Business/images-2/100-dollar-bill.jpg